รักน่านศูนย์รวมข้อมูลจังหวัดน่าน

ประวัติศาสตร์ ผู้คน แผ่นดิน อากาศ และของดีของเมืองที่อยู่ระหว่างดอยกับแม่น้ำ · ตรวจล่าสุด 30 กันยายน 2569

น่านโดยสังเขป

  • 11,472ตร.กม. พื้นที่จังหวัด
  • 471,590คน (30 มิ.ย. 2567)
  • 15 · 99อำเภอ · ตำบล
  • 7อุทยานแห่งชาติ
  • 668กม. จากกรุงเทพฯ ทางรถยนต์

หมายเหตุ ตัวเลขประชากรและพื้นที่ต่างกันไปตามปีและหน่วยงาน ที่นี่ใช้พื้นที่จากสำนักงานสถิติจังหวัดและประชากรจากกรมการปกครองตามที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดอ้าง

ที่มา: สำนักงานพาณิชย์จังหวัดน่าน — ข้อมูลทั่วไปจังหวัด · สำนักงานสถิติจังหวัดน่าน — รายงานสถิติ จังหวัดน่าน พ.ศ. 2567 · จังหวัดน่าน — ที่ตั้ง อาณาเขตและแผนที่

สัญลักษณ์ของจังหวัด

ตราประจำจังหวัด

ตราประจำจังหวัด

รูปพระธาตุแช่แห้งอยู่บนหลังโคอุศุภราช สืบจากตราเมืองสมัยเจ้าผู้ครองนคร ซึ่งเป็นงาช้างกลึงสลักรูปโคอุศุภราชล้อมด้วยลายช่อกนก แล้วเพิ่มพระธาตุแช่แห้งเมื่อออกแบบตราจังหวัด พ.ศ. 2481

ที่มา: จังหวัดน่าน — คำขวัญ สัญลักษณ์ · สำนักงานราชบัณฑิตยสภา — ตราประจำจังหวัด

คำขวัญประจำจังหวัด

คำขวัญประจำจังหวัด

แข่งเรือลือเลื่อง เมืองงาช้างดำ จิตรกรรมวัดภูมินทร์ แดนดินส้มสีทอง เรืองรองพระธาตุแช่แห้ง

ที่มา: จังหวัดน่าน — คำขวัญ สัญลักษณ์ · สำนักงานพาณิชย์จังหวัดน่าน — ข้อมูลทั่วไปจังหวัด · สำนักงานราชบัณฑิตยสภา — คำขวัญประจำจังหวัดและต้นไม้ประจำจังหวัด

ไม้มงคลพระราชทาน: กำลังเสือโคร่ง

ไม้ต้นสูง 20–35 เมตร เปลือกสีเทา ขึ้นในป่าเขาที่ความสูงราว 800–1,800 เมตร ออกดอกช่วงตุลาคมถึงมกราคม กรมป่าไม้จัดเป็นไม้มงคลพระราชทานประจำจังหวัดน่าน

ที่มา: กรมป่าไม้ ส่วนผลิตกล้าไม้ — ไม้มงคลพระราชทานประจำจังหวัดน่าน: กำลังเสือโคร่ง · องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน — ต้นไม้และดอกไม้ประจำจังหวัด

เสี้ยวดอกขาว

ไม้ผลัดใบสูง 5–10 เมตร ดอกออกเป็นช่อ กลีบ 5 กลีบ คล้ายกล้วยไม้ กลิ่นหอมอ่อน ออกดอกมากช่วงพฤศจิกายนถึงมีนาคม

หมายเหตุ เอกสารของหน่วยงานต่างกันในการเรียกว่าต้นไม้หรือดอกไม้ประจำจังหวัด

ที่มา: องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน — ต้นไม้และดอกไม้ประจำจังหวัด

ประวัติศาสตร์โดยย่อ

เล่าตามพงศาวดารเมืองน่านและข้อมูลของจังหวัด

  1. ปลายพุทธศตวรรษที่ 18 — ตามพงศาวดาร พญาภูคาปกครองที่ราบตอนบนโดยมีศูนย์กลางที่เมืองย่าง (ปัจจุบันคือ ต.ยม อ.ท่าวังผา) โอรสบุญธรรมองค์หนึ่งคือขุนฟองครองเมืองวรนคร (เมืองปัว) เป็นกษัตริย์น่านองค์แรก ส่วนอีกองค์คือขุนนุ่นเล่ากันว่าไปครองเมืองทางฝั่งโขงที่ตีความว่าคือหลวงพระบาง เนื้อหาช่วงนี้เป็นเรื่องเล่าตามตำนานและพงศาวดาร ไม่ใช่หลักฐานร่วมสมัย
  2. ราว พ.ศ. 1896 — พญาการเมืองสร้างพระธาตุแช่แห้งบนดอยภูเพียงแช่แห้ง เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระพิมพ์ที่ได้รับพระราชทานจากเจ้าเมืองสุโขทัย แล้วตั้งเวียงใหม่ใกล้พระธาตุ
  3. ราว พ.ศ. 1911 — ย้ายราชธานีข้ามแม่น้ำน่านมาตั้งที่ห้วยไคร้ ตั้งชื่อ 'นันทบุรี' ชาวบ้านเรียกต่อมาว่า 'เมืองน่าน' ตามชื่อแม่น้ำน่าน (ปีตามที่จังหวัดน่านระบุ)
  4. พ.ศ. 1993 — พระเจ้าติโลกราชแห่งเชียงใหม่ยกทัพมาตีเมืองน่าน น่านจึงเป็นหัวเมืองของล้านนา ต่อมาเมื่อพม่าตีเชียงใหม่ได้ น่านอยู่ภายใต้พม่าร่วม 200 ปี และเมืองถูกทิ้งร้างช่วงหนึ่ง
  5. พ.ศ. 2325–2331 — หลังสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญเข้าเฝ้าถวายความจงรักภักดี ต่อมา พ.ศ. 2331 รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้เป็นเจ้าผู้ครองนครน่านและให้ซ่อมสร้างเมือง น่านเป็นเมืองประเทศราชของสยามตั้งแต่นั้น
  6. พ.ศ. 2360 และ 2398 — เกิดน้ำท่วมใหญ่ เจ้าสุมนเทวราชย้ายเมืองไปอยู่ดงพระเนตรช้าง (เวียงเหนือ) ต่อมา พ.ศ. 2398 เจ้าอนันตวรฤทธิเดชขออนุญาตย้ายกลับมาเวียงเดิม ซึ่งเป็นตัวเมืองน่านปัจจุบัน สร้างคุ้มแก้วและหอคำ
  7. พ.ศ. 2446–2474 — รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ สถาปนาเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชเป็นพระเจ้านครน่าน เป็นองค์เดียวที่ได้รับสถาปนาเช่นนี้ และเจ้ามหาพรหมสุรธาดาถึงแก่พิราลัยใน พ.ศ. 2474 นับเป็นเจ้าผู้ครองนครองค์สุดท้าย

หมายเหตุ ปีในพงศาวดารและตำราแต่ละฉบับอาจคลาดเคลื่อนกันเล็กน้อย ที่นี่ใช้ตามที่จังหวัดน่านระบุ

ที่มา: จังหวัดน่าน — ประวัติความเป็นมา · สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน — ประวัติความเป็นมาจังหวัดน่าน · จังหวัดน่าน — คำขวัญ สัญลักษณ์ · สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดน่าน — ประวัติศาสตร์ จ.น่าน

ผู้คนหลายชาติพันธุ์

น่านเป็นบ้านของหลายชาติพันธุ์ที่อยู่ร่วมกันมานาน ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรให้ความสำคัญกับการเรียกตามที่เจ้าของวัฒนธรรมเรียกตนเอง จึงใช้ชื่อ มลาบรี แทน ผีตองเหลือง · ม้ง แทน แม้ว · เมี่ยน แทน เย้า · กำมุ แทน ข่ามุ

ที่มา: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร — ฐานข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย: มละบริ · ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร — ฐานข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย: ม้ง · ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร — ฐานข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย: อิ้วเมี่ยน

ไทยวน (คนเมือง)

กลุ่มใหญ่ของจังหวัด อยู่ตามที่ราบลุ่มแม่น้ำ 'คนเมือง' เป็นคำที่ชาวไทยวนเรียกตนเอง ใช้ภาษาถิ่นเหนือ (คำเมือง)

ที่มา: จังหวัดน่าน — ประวัติความเป็นมา · ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร — ฐานข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย: ไทยวน

ไทลื้อ

มีถิ่นเดิมทางตอนใต้ของยูนนาน–สิบสองปันนา ย้ายเข้ามาตั้งแต่ยุคฟื้นเมืองหลังสงคราม มักตั้งชื่อหมู่บ้านตามเมืองเดิม ใช้อักษรธรรมล้านนา น่านมีหมู่บ้านไทลื้อกระจายอยู่ทุกอำเภอ

ที่มา: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร — ฐานข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย: ไทลื้อ · ททท.สำนักงานน่าน — โพสต์ 1 ก.ย. 2565 เมืองวัฒนธรรมหกชนเผ่า

ถิ่น (ลัวะ)

ชุมชนบนที่สูงและไหล่เขา เช่น อ.บ่อเกลือ ภาษาตระกูลออสโตรเอเชียติก นับถือผีสายมารดา ทำนา ทำไร่ ปลูกกาแฟ และมีพิธีกินดอกแดงหลังเก็บเกี่ยวข้าวไร่

ที่มา: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร — ฐานข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย: ลัวะ · ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร — วิกิชุมชน: บ้านป่ากำ

ขมุ (กำมุ)

'กำมุ' เป็นชื่อที่เรียกตนเอง แปลว่า 'คน' เดิมอยู่ตอนเหนือของลาว บางส่วนเข้ามาช่วงสัมปทานป่าไม้ ทำไร่ข้าวและข้าวโพด มีพิธีสู่ขวัญควายและสู่ขวัญคน

ที่มา: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร — ฐานข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย: กำมุ · ททท.สำนักงานน่าน — โพสต์ 1 ก.ย. 2565 เมืองวัฒนธรรมหกชนเผ่า

ม้ง

ภาษาตระกูลม้ง–เมี่ยน ตามข้อมูล พ.ศ. 2559 น่านมีชาวม้ง 31,037 คน ปัจจุบันหลายครัวเรือนทำเกษตรเชิงพาณิชย์และค้าขาย

ที่มา: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร — ฐานข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย: ม้ง · ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม — หมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง ต.สันทะ อ.นาน้อย

เมี่ยน (อิ้วเมี่ยน)

ชุมชนตั้งอยู่ตามแนวชายแดนไทย–ลาวทางตะวันออกของจังหวัด มีอักษรดัดแปลงจากอักษรจีน โดดเด่นด้านงานปักผ้าและเครื่องเงิน

ที่มา: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร — ฐานข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย: อิ้วเมี่ยน · ททท.สำนักงานน่าน — โพสต์ 1 ก.ย. 2565 เมืองวัฒนธรรมหกชนเผ่า

มลาบรี (มละบริ)

แปลว่าคนที่อยู่ในป่า เดิมเก็บหาของป่าและย้ายที่ตามฤดู ปัจจุบันตั้งถิ่นฐานถาวร ชุมชนสำคัญในน่านคือบ้านห้วยหยวก อ.เวียงสา (ที่คนภายนอกเคยเรียกว่า 'ตองเหลือง')

ที่มา: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร — ฐานข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย: มละบริ · วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ปีที่ 16 ฉบับที่ 2 — โครงสร้างประชากรและสถานการณ์สุขภาพของชาวมลาบรี บ้านห้วยหยวก จังหวัดน่าน

ไทยพวน

มีถิ่นเดิมที่เมืองพวน แคว้นเชียงขวาง ประเทศลาว ถูกกวาดต้อนเข้ามาช่วงสงครามเจ้าอนุวงศ์ กระจายอยู่หลายจังหวัดรวมทั้งน่าน

ที่มา: จังหวัดน่าน — ประวัติความเป็นมา · ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร — ฐานข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย: ไทยพวน

ก่อ (อึมปี้)

มีอยู่ในประเทศไทยเพียง 2 หมู่บ้าน หนึ่งในนั้นคือบ้านสะเกิน อ.สองแคว ยังใช้ภาษาของตนในชีวิตประจำวัน นับถือผีและเลี้ยงเรือนผีประจำตระกูล ทำนาเพื่อยังชีพ

ที่มา: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร — ฐานข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย: ก่อ · ททท.สำนักงานน่าน — โพสต์ 1 ก.ย. 2565 เมืองวัฒนธรรมหกชนเผ่า

แผ่นดินและอากาศ

ภูเขาและแม่น้ำ

ภูเขาและแม่น้ำ

พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาและป่าเขาลาดชัน ที่ราบเป็นหุบเขาแคบตามลำน้ำ ทางเหนือมีภูเขาสูงกว่า 2,100 เมตรจากระดับน้ำทะเล อยู่ในทิวเขาหลวงพระบางและทิวเขาผีปันน้ำ

แม่น้ำน่านยาวราว 740 กิโลเมตร ไหลลงใต้ผ่านอุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร ไปบรรจบแม่น้ำปิงที่นครสวรรค์ เป็นต้นน้ำสายหนึ่งของแม่น้ำเจ้าพระยา

ที่มา: สำนักงานพาณิชย์จังหวัดน่าน — ข้อมูลทั่วไปจังหวัด · สำนักงานสถิติจังหวัดน่าน — รายงานสถิติ จังหวัดน่าน พ.ศ. 2567 · จังหวัดน่าน — ประวัติความเป็นมา

ป่าและอุทยานแห่งชาติ

ป่าและอุทยานแห่งชาติ

น่านมีอุทยานแห่งชาติ 7 แห่ง ได้แก่ ดอยภูคา ขุนน่าน ขุนสถาน แม่จริม นันทบุรี ศรีน่าน และถ้ำสะเกิน

หมายเหตุ ตัวเลขพื้นที่ป่าแต่ละหน่วยงานนับต่างกัน (ป่าตามกฎหมาย ป่าที่ยังมีต้นไม้ปกคลุม) จึงไม่ยกเปอร์เซ็นต์เดียวมาสรุป

ที่มา: จังหวัดน่าน — ประวัติความเป็นมา

ที่ตั้ง

ที่ตั้ง

อยู่ชายแดนด้านตะวันออกของภาคเหนือตอนบน ติดประเทศลาวทางทิศเหนือและตะวันออก มีด่านผ่านแดนถาวรบ้านห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ ห่างกรุงเทพฯ ประมาณ 668 กิโลเมตรทางรถยนต์

ที่มา: สำนักงานพาณิชย์จังหวัดน่าน — ข้อมูลทั่วไปจังหวัด · สำนักงานสถิติจังหวัดน่าน — รายงานสถิติ จังหวัดน่าน พ.ศ. 2567

อากาศตลอดปี

ค่าเฉลี่ยรายเดือน 30 ปี (พ.ศ. 2534–2563) สถานีอุตุนิยมวิทยาน่าน
เดือนอุณหภูมิต่ำ–สูง (°C)ฝน (มม.)
ม.ค.14.9–30.8
14.3
ก.พ.16.1–33.6
8.8
มี.ค.19.4–36.3
38.7
เม.ย.22.6–37
98
พ.ค.24–35.5
170.2
มิ.ย.24.4–34
134.8
ก.ค.24.2–32.7
213.3
ส.ค.23.9–32.2
291.5
ก.ย.23.7–32.9
206.2
ต.ค.22.3–32.8
59.8
พ.ย.19.1–31.8
15.8
ธ.ค.15.5–30.1
12.1
  • 26.3°Cอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปี
  • 1,263.5มม. ฝนเฉลี่ยต่อปี (115.9 วัน)
  • 43.3°Cสูงสุดที่เคยวัด (เมษายน)
  • 2.7°Cต่ำสุดที่เคยวัด (ธันวาคม)

อ่านให้ตรงกับการเที่ยว ร้อนจัดช่วงมีนาคม–พฤษภาคม ฝนชุกพฤษภาคม–กันยายน (ตกหนักสุดสิงหาคม) เย็นที่สุดธันวาคม–มกราคม ตัวเลขนี้วัดที่ตัวเมืองสูงราว 200 ม. บนดอยหนาวกว่านี้

ที่มา: กรมอุตุนิยมวิทยา — สถิติภูมิอากาศของประเทศไทยในคาบ 30 ปี, รายงานเลขที่ 551.586-13-2566 · สำนักงานสถิติจังหวัดน่าน — รายงานสถิติ จังหวัดน่าน พ.ศ. 2567 · สำนักงานพาณิชย์จังหวัดน่าน — ข้อมูลทั่วไปจังหวัด

เศรษฐกิจและหัตถกรรม

เศรษฐกิจจังหวัด

เศรษฐกิจจังหวัด

ผลิตภัณฑ์จังหวัด (GPP) ปี 2565 อยู่ที่ 37,616 ล้านบาท เฉลี่ยต่อหัว 86,057 บาทต่อปี ภาคบริการสัดส่วนสูงสุดร้อยละ 60.94 ภาคเกษตรร้อยละ 28.96 และอุตสาหกรรมร้อยละ 10.10

หมายเหตุ ตัวเลขเบื้องต้นจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ปี 2565 เป็นปีล่าสุดที่รายงานสถิติจังหวัดน่าน พ.ศ. 2567 แสดงไว้

ที่มา: สำนักงานสถิติจังหวัดน่าน — รายงานสถิติ จังหวัดน่าน พ.ศ. 2567 · สำนักงานพาณิชย์จังหวัดน่าน — ข้อมูลทั่วไปจังหวัด

พืชหลักของน่าน

พืชหลักของน่าน

ปีเพาะปลูก 2566: ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 504,728 ไร่ · ยางพารา 310,236 ไร่ · มันสำปะหลัง 78,188 ไร่ · ลำไย 61,963 ไร่ · กาแฟ 11,448 ไร่ · ส้ม 4,186 ไร่

ที่มา: สำนักงานสถิติจังหวัดน่าน — รายงานสถิติ จังหวัดน่าน พ.ศ. 2567 · สำนักงานพาณิชย์จังหวัดน่าน — ข้อมูลทั่วไปจังหวัด

ส้มสีทองน่าน

ส้มเขียวหวานผิวเหลืองทองที่ปลูกในจังหวัดน่าน ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา และปรากฏในคำขวัญจังหวัด 'แดนดินส้มสีทอง'

ที่มา: กรมทรัพย์สินทางปัญญา — ประกาศโฆษณา: ส้มสีทองน่าน · จังหวัดน่าน — คำขวัญ สัญลักษณ์

เมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก

เมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก

เมืองน่านเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก ปี พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) สาขาหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน ยูเนสโกกล่าวถึงงานทอผ้า ปักผ้า เครื่องเงิน จักสาน แกะสลักไม้ จิตรกรรมฝาผนัง เครื่องปั้นดินเผา และเรือแข่งหัวนาค ภาคหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านคิดเป็นราวร้อยละ 4.4 ของ GPP ปี 2565

หมายเหตุ ชื่อสมาชิกในระบบยูเนสโกคือ 'Nan' หมายถึงเมืองน่าน

ที่มา: UNESCO — Nan, Creative Cities Network · UNESCO — On World Cities Day 2025, the UNESCO Creative Cities Network welcomes 58 new member cities