ประวัติศาสตร์ ผู้คน แผ่นดิน อากาศ และของดีของเมืองที่อยู่ระหว่างดอยกับแม่น้ำ · ตรวจล่าสุด 30 กันยายน 2569
ประวัติศาสตร์โดยย่อ
เล่าตามพงศาวดารเมืองน่านและข้อมูลของจังหวัด
- ปลายพุทธศตวรรษที่ 18 — ตามพงศาวดาร พญาภูคาปกครองที่ราบตอนบนโดยมีศูนย์กลางที่เมืองย่าง (ปัจจุบันคือ ต.ยม อ.ท่าวังผา) โอรสบุญธรรมองค์หนึ่งคือขุนฟองครองเมืองวรนคร (เมืองปัว) เป็นกษัตริย์น่านองค์แรก ส่วนอีกองค์คือขุนนุ่นเล่ากันว่าไปครองเมืองทางฝั่งโขงที่ตีความว่าคือหลวงพระบาง เนื้อหาช่วงนี้เป็นเรื่องเล่าตามตำนานและพงศาวดาร ไม่ใช่หลักฐานร่วมสมัย
- ราว พ.ศ. 1896 — พญาการเมืองสร้างพระธาตุแช่แห้งบนดอยภูเพียงแช่แห้ง เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระพิมพ์ที่ได้รับพระราชทานจากเจ้าเมืองสุโขทัย แล้วตั้งเวียงใหม่ใกล้พระธาตุ
- ราว พ.ศ. 1911 — ย้ายราชธานีข้ามแม่น้ำน่านมาตั้งที่ห้วยไคร้ ตั้งชื่อ 'นันทบุรี' ชาวบ้านเรียกต่อมาว่า 'เมืองน่าน' ตามชื่อแม่น้ำน่าน (ปีตามที่จังหวัดน่านระบุ)
- พ.ศ. 1993 — พระเจ้าติโลกราชแห่งเชียงใหม่ยกทัพมาตีเมืองน่าน น่านจึงเป็นหัวเมืองของล้านนา ต่อมาเมื่อพม่าตีเชียงใหม่ได้ น่านอยู่ภายใต้พม่าร่วม 200 ปี และเมืองถูกทิ้งร้างช่วงหนึ่ง
- พ.ศ. 2325–2331 — หลังสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญเข้าเฝ้าถวายความจงรักภักดี ต่อมา พ.ศ. 2331 รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้เป็นเจ้าผู้ครองนครน่านและให้ซ่อมสร้างเมือง น่านเป็นเมืองประเทศราชของสยามตั้งแต่นั้น
- พ.ศ. 2360 และ 2398 — เกิดน้ำท่วมใหญ่ เจ้าสุมนเทวราชย้ายเมืองไปอยู่ดงพระเนตรช้าง (เวียงเหนือ) ต่อมา พ.ศ. 2398 เจ้าอนันตวรฤทธิเดชขออนุญาตย้ายกลับมาเวียงเดิม ซึ่งเป็นตัวเมืองน่านปัจจุบัน สร้างคุ้มแก้วและหอคำ
- พ.ศ. 2446–2474 — รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ สถาปนาเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชเป็นพระเจ้านครน่าน เป็นองค์เดียวที่ได้รับสถาปนาเช่นนี้ และเจ้ามหาพรหมสุรธาดาถึงแก่พิราลัยใน พ.ศ. 2474 นับเป็นเจ้าผู้ครองนครองค์สุดท้าย
หมายเหตุ ปีในพงศาวดารและตำราแต่ละฉบับอาจคลาดเคลื่อนกันเล็กน้อย ที่นี่ใช้ตามที่จังหวัดน่านระบุ
ที่มา: จังหวัดน่าน — ประวัติความเป็นมา · สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน — ประวัติความเป็นมาจังหวัดน่าน · จังหวัดน่าน — คำขวัญ สัญลักษณ์ · สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดน่าน — ประวัติศาสตร์ จ.น่าน